โรคยอดฮิตในกลุ่มคนสูงวัย
“โรคกระดูกทับเส้น” หรือ
"โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" เป็นโรคที่มีอัตราการเกิดเป็นอันดับต้นๆ
ในหมู่โรคเกี่ยวกับหลังและคอ
โดยโรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน
โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน
หรือการใช้ร่างกายไม่ถูกต้อง
จนทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทในที่สุดอาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาท

อาการกระดูกทับเส้นประสาทแบ่งออกได้เป็น
2 ส่วน
•กระดูกทับเส้นประสาทบริเวณหลังส่วนล่าง
เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือแตก จนทำให้ของเหลวภายในไปเบียดทับเส้นประสาทบริเวณหลังส่วนล่าง
(กระดูกสันหลังชิ้นที่ L3 L4 L5 S1) ทำให้ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนเอวไปถึงขา
#ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ฟรี!
📱โทรศัพท์มือถือ
086-366-0842 ( คุณอุ๋ย)
ไอดีไลน์ : aui_butterfly

อาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาท
บริเวณหลังส่วนล่าง
- มีอาการปวดหลังบริเวณเอว
เป็นๆ หายๆ
- ปวดหลังมากเวลา ยืน ก้มเงย
หรือนั่งนานๆ
- ปวดหลังร้าวลงมาที่ขา น่อง
ตาตุ่ม หรือเท้า
ร่วมกับมีอาการชาที่บริเวณขาหรือเท้าด้วย
- ระบบขับถ่ายผิดปกติ
หรือรุนแรงจนเป็นอัมพาตของขาทั้งสองได้
กระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ
-
เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกยื่นมากดทับเส้นประสาทบริเวณคอ
ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดคอ ร่วมกับปวดแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

อาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ
- เกิดอาการชาบริเวณฝ่ามือโดยเริ่มจากปลายนิ้ว
-
มีอาการปวดร้าวบริเวณแขนข้างใดข้างหนึ่ง
- ปวดคอ
ปวดเมื่อยบริเวณสะบักเรื้อรัง
- ไม่สามารถเคลื่อนไหวคอได้ปกติ
ผู้ป่วยดูแลตนเองด้วยวิธีถูกต้องและระมัดระวัง
ก็จะทำให้มีโอกาสหายขาดจากโรคกระดูกทับเส้นประสาทสูง
โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้
• เปลี่ยนท่านอนเป็นการนอนตะแคง
• เปลี่ยนมานอนที่นอนแข็งหรือที่นอนที่ยัดนุ่นแทน
และใช้หมอนที่มีขนาดเตี้ยลงกว่าเดิม
• ผู้ป่วยควรนั่งให้น้อยที่สุด
เช่นหากจะนั่งพักเฉยๆ ให้เปลี่ยนเป็นการนอน หรือเวลาที่จะลุกนั่งให้นอนคว่ำแล้วคลานถอยลงจากเตียง
• หากจำเป็นต้องนั่ง
ควรนั่งหลังตรงพิงพนักโดยมีผ้าหรือหมอนหนุน
• อย่านั่งนานเกินไป
ควรลุกขึ้นยืนทุกๆ ชั่วโมง
•เวลายกของหนัก
ไม่ควรก้ม ควรใช้วิธีการย่อเข่าแทนการก้ม
•ไม่ควรบิดตัว
เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกหลุดเพิ่มได้
•ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

โรคแทรกซ้อน
หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว
ถ้าเคลื่อนรุนแรงมากขึ้นและกดทับเส้นประสาทเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดอาการชา
และอ่อนแรงกล้ามเนื้อขาเป็นการถาวรได้ เช่นเดียวกับหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ
จะทำให้เกิดการชา และอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขน หรือในกรณีที่กดทับรุนแรงมาก
อาจทำให้เกิดอัมพฤตหรืออัมพาตได้
การป้องกันการเกิดโรคกระดูกทับเส้นประสาท
• หลีกเลี่ยงการนั่ง
ยืน เดิน เป็นระยะเวลานานๆ
หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
• ควรลดน้ำหนักให้สมดุลกับร่างกาย
• งดสูบบุหรี่
• หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
• ควรออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง
ปรึกษาฟรี!!!
📱โทรศัพท์มือถือ
086-366-0842 (คุณอุ๋ย)
ไอดีไลน์
: aui_butterfly
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดี บูน (D-Boone) ช่วยดูแลกระดูกและข้อ
D-Boone เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่
ที่มีผลงานวิจัยระดับโลกให้การยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดคุณภาพระดับเกรดยาของสหรัฐอเมริกา
หรือ USP GRADE ช่วยบำรุงไขข้อ, กระดูก,
บรรเทาอาการจากโรคเก๊าท์, รูมาตอยด์, หมอนรองกระดูกทับเส้น, ข้อเสื่อม, กระดูกพรุน,
ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม
ประโยชน์ของดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
1.ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
2.โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
3.นิ้วล็อก
โรคฮิตของคนทำงาน
4.บรรเทาอาการปวดตามข้อ
5.สตรีวัยหมดประจำเดือน
ขาดแคลเซียม
6.ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
7.นักกีฬา หรือ
ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
8.ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ
9.ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม
ข้ออักเสบ กระดูกพรุน
10.ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
11.ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ
ส่วนประกอบสำคัญใน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
-Salmon Collagen Peptide (คอลลเจนจากปลาทะเล)
250 มก.
-Shark Cartilage (กระดูกอ่อนปลาฉลาม) 100 มก.
-Pine Bark Extract
Powder (สารสกัดจากเปลือกสน)
60 มก.
-Ascorbic Acid (แอสคอร์บิค เอซิด) 60 มก.
-Turmeric Extract
Powder (สารสกัดจากขมิ้น) 30 มก.
-Vitamin D3 100 SD/S (วิตามิน ดี3) 2 มก.
คุณสมบัติของสารสกัดดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
-Glucosamine HCL น้ำตาลอะมิโน
ช่วยในการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน
ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างของเหลว เช่น น้ำไขข้อ ช่วยลดอาการข้อเสื่อม
และการทุกข์ทรมานจากอาการปวดกระดูก
-Condroitin
ช่วยเสริมสร้างเยื่อเมือก
ลดการเสียดสีของกระดูกบริเวณข้อต่อ ช่วยให้คงสภาพของน้ำไขข้อกระดูก
บรรเทาและฟื้นฟูอาการข้อเสื่อม
-Hydrolized Fish Collagen
มีส่วนเสริมสร้างโครงสร้างหลัก
และสารเคลือบผิวบริเวณกระดูกอ่อน กระดูกและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ด้วยปริมาณคอลลาเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ
จะช่วยลดปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยสิ่งแวดล้อมด้วย
-Pine Bark Extract
ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับไขข้อกระดูก
เป็นองค์ประกอบของการสังเคราะห์สารคอลลาเจนภายในไขข้อ
-Vitamin C
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ละลายน้ำได้
ช่วยต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีประโยชน์กับผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอย
ทำให้ผิวเต่งตึง
และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนที่เป็นใยโปรตีนในหนังแท้
ทำให้ผิวดูสวยงาม
-Vitamin D3 วิตามินดี
ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อน
ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy) การลื่นล้ม จากงานวิจัยพบว่า การบริโภควิตามินดี 3
วันละ 700 - 800 IU ควบคู่กับแคลเซียมเสริมวันละ 500
- 1,200 มก. สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการกระดูกพรุน กระดูกหัก
จากการลื่นล้มของผู้สูงอายุ อายุ 62-85 ปีได้
-Turmeric ผงขมิ้น
ช่วยบรรเทาอาการปวดจากไขข้ออักเสบ
มีฤทธิ์สามารถลดอาการอักเสบและช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้
-Pearl Calcium
แคลเซียมสกัดจากไข่มุก
เสริมสร้างและเชื่อมต่อกระดูกอ่อนได้ดีมาก
-Calcium Carbonate
ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติ
โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจ ควรพยายามรับประทาน แคลเซียม
ให้เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไปสะสมแคลเซียมที่กระดูก
และทำให้กระดูกแข็งแรง เพราะหากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้กระดูกบางลง
และทำให้กระดูกหักได้ง่าย
วิธีรับประทาน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
รับประทานวันละ 1 - 2
แคปซูล หลังอาหารเช้า หรือก่อนเข้านอน
ปริมาณสุทธิ
1 กล่องบรรจุ 30 แคปซูล
(56g.)
อย. 10-1-15456-1-0006
ตัวอย่างผู้ใช้
(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)










