วันพุธที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

หมอไทยแนะเคล็ดลับ 4 วิธี ป้องกันและห่างไกลโรคข้อเสื่อมแบบถาวร

หมอไทยแนะเคล็ดลับ 4 วิธี ป้องกันและห่างไกลโรคข้อเสื่อมแบบถาวร

ในเดือนตุลาคมของทุกปีจะเป็นวัน “โรคข้อสากล” ซึ่งในเดือนตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา ก.สาธารณสุข เปิดเผยตัวเลขประชากรคนไทยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม และกระดูกพรุนสูงถึง 7 ล้านคน โดยพบว่าคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้สูงอายุจะเป็นโรคดังกล่าวมากที่สุด จากตัวเลขยังพบว่าจำนวนผู้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อมมีจำนวนเพิ่มขึ้น ตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น



โรคข้อเสื่อม ถือเป็นอาการที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนที่ฉาบผิวของกระดูกข้อต่อไว้ เพื่อไม่ให้เกิดการเสียดสีกันขณะเคลื่อนไหว เพราะหากเราเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการลุก นั่ง ยืน เดิน ข้อต่อจะทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อกระดูกอ่อนผุพัง หรือบางลง กระดูกข้อต่อจะทำการเสียดสีกันจนเกิดการอักเสบ

อาการของโรคข้อเสื่อม ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ จนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ตามปกติ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก 
 จากคำแนะนำของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกและข้อ ทำให้ทราบว่า การหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่คุณดูแลร่างกายเป็นอย่างดี ผ่าน 4 วิธีดังต่อไปนี้จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคข้อเสื่อมได้



1.การควบคุมน้ำหนัก
สาเหตุหลักของโรคข้อเสื่อม มาจากการมีน้ำหนักตัวเกิน หรืออ้วน เพราะหากน้ำหนักตัวมากเท่าใด ข้อต่างๆ ตามร่างกายก็ต้องแบกรับภาระมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะข้อเข่า สะโพก และ หลัง ซึ่งถือเป็นฐานหลักของการรับน้ำหนักของร่างกาย ดังนั้นการออกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและการควบคุมน้ำหนัก จึงช่วยถนอมข้อกระดูกไม่ให้เสื่อมเร็วขึ้น

2.การปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวน้อย ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นโรคข้อ เพราะหากทำลุก นั่ง เดินผิดท่า หรือผุดลุกผุดนั่งบ่อยๆ หรือการขึ้นบันไดเป็นประจำ อิริยาบถเหล่านี้จะมีผลต่อข้อเข่าเสียได้ ซึ่งบางคนชอบยืนทิ้งน้ำหนักข้างเดียวเป็นการสร้างภาระให้กับข้อข้าง หรือการที่นั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอว ดังนั้นการนั่งให้ถูกต้องควรนั่งพิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนานๆ หรือลุกขึ้นมาเดิน ยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ

3.การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
การออกกำลังกายแม้จะเป็นสิ่งที่ดี แต่หากออกหนักเกินไป จะสร้างภาระให้กับข้อกระดูกได้ โดยเฉพาะนักกีฬาอาชีพ ที่มักจะมีปัญหาเรื่องข้อกระดูกเสื่อมเร็วเกินไป ซึ่งการป้องกันโรคข้อเสื่อมจากการออกกำลังกาย ทำได้โดยการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่างๆ ของข้อต่อเมื่อร่างกายเคลื่อนไหวรุนแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณเอ็นข้อต่อ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการออกกำลังแทบทุกประเภท



4.การทานอาหารและยา
การรับประทานยาจำพวกกลูโคซามีน และคอนโดรอิทีน เชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อการเสริมสร้างน้ำไขข้อและกระดูกอ่อนเคลือบผิวข้อได้ แต่ไม่ยืนยันว่าได้ประโยชน์มากเท่าใด ทั้งนี้ต้องใช้ในกรณีที่ข้อเสื่อมอยู่ในระยะแรกๆ เท่านั้น โดยแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิดบ่อยเกินความจำเป็น เพราะอาจมีผลต่อข้อกระดูก เช่น สเตียรอยด์แบบฉีด เพื่อลดการอักเสบของข้อนั้น ถ้าใช้บ่อยจะทำให้ข้อเสียได้ แต่ถ้าเป็นสเตียรอยด์แบบรับประทานก็จะไม่มีผลต่อข้อ แต่มีผลต่อกระดูกโดยรวมเพราะจะทำให้กระดูกบางลง

อย่างไรก็ตาม โรคข้อเสื่อมเป็นโรคข้ออักเสบ ที่พบได้บ่อยที่สุด และยากที่จะรักษาให้หายขาดหรือกลับคืนสู่สภาพปกติได้ ดังนั้นการรักษาข้อให้อยู่ในสภาพดีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นหลักประกันว่า ในวันข้างหน้าคุณจะยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับวันนี้




ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
D-Boone เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ที่มีผลงานวิจัยระดับโลกให้การยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดคุณภาพระดับเกรดยาของสหรัฐอเมริกา หรือ USP GRADE ช่วยบำรุงไขข้อ, กระดูก, บรรเทาอาการจากโรคเก๊าท์, รูมาตอยด์, หมอนรองกระดูกทับเส้น, ข้อเสื่อม, กระดูกพรุน, ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม

ที่มา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ติดต่อสอบถามข้อมูลคลิกลิ้งค์
https://line.me/R/ti/p/%40bones-healthcare

086-366-0842 ศูนย์ดูแลโรคเข่าเสื่อม เก๊าส์ กระดูกทับเส้นประสาท

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

โรคยอดฮิตกระดูกทับเส้น หรือ โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

โรคยอดฮิตในกลุ่มคนสูงวัย

“โรคกระดูกทับเส้น” หรือ "โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" เป็นโรคที่มีอัตราการเกิดเป็นอันดับต้นๆ ในหมู่โรคเกี่ยวกับหลังและคอ
โดยโรคนี้ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากลักษณะการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน หรือการใช้ร่างกายไม่ถูกต้อง จนทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทในที่สุดอาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาท

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

อาการกระดูกทับเส้นประสาทแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน
กระดูกทับเส้นประสาทบริเวณหลังส่วนล่าง เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือแตก จนทำให้ของเหลวภายในไปเบียดทับเส้นประสาทบริเวณหลังส่วนล่าง (กระดูกสันหลังชิ้นที่ L3 L4 L5 S1) ทำให้ส่งผลต่อระบบประสาทส่วนเอวไปถึงขา

#ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!
📱โทรศัพท์มือถือ 086-366-0842 ( คุณอุ๋ย)
ไอดีไลน์ : aui_butterfly

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

อาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาท
บริเวณหลังส่วนล่าง
- มีอาการปวดหลังบริเวณเอว เป็นๆ หายๆ
- ปวดหลังมากเวลา ยืน ก้มเงย หรือนั่งนานๆ
- ปวดหลังร้าวลงมาที่ขา น่อง ตาตุ่ม หรือเท้า
ร่วมกับมีอาการชาที่บริเวณขาหรือเท้าด้วย
- ระบบขับถ่ายผิดปกติ หรือรุนแรงจนเป็นอัมพาตของขาทั้งสองได้

 กระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ
- เกิดจากการที่หมอนรองกระดูกยื่นมากดทับเส้นประสาทบริเวณคอ ส่งผลทำให้เกิดอาการปวดคอ ร่วมกับปวดแขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

 ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ


อาการของโรคกระดูกทับเส้นประสาทส่วนคอ
- เกิดอาการชาบริเวณฝ่ามือโดยเริ่มจากปลายนิ้ว
- มีอาการปวดร้าวบริเวณแขนข้างใดข้างหนึ่ง
- ปวดคอ ปวดเมื่อยบริเวณสะบักเรื้อรัง
- ไม่สามารถเคลื่อนไหวคอได้ปกติ

ผู้ป่วยดูแลตนเองด้วยวิธีถูกต้องและระมัดระวัง
ก็จะทำให้มีโอกาสหายขาดจากโรคกระดูกทับเส้นประสาทสูง
โดยผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้
เปลี่ยนท่านอนเป็นการนอนตะแคง
เปลี่ยนมานอนที่นอนแข็งหรือที่นอนที่ยัดนุ่นแทน และใช้หมอนที่มีขนาดเตี้ยลงกว่าเดิม
ผู้ป่วยควรนั่งให้น้อยที่สุด เช่นหากจะนั่งพักเฉยๆ ให้เปลี่ยนเป็นการนอน หรือเวลาที่จะลุกนั่งให้นอนคว่ำแล้วคลานถอยลงจากเตียง
หากจำเป็นต้องนั่ง ควรนั่งหลังตรงพิงพนักโดยมีผ้าหรือหมอนหนุน
อย่านั่งนานเกินไป ควรลุกขึ้นยืนทุกๆ ชั่วโมง
เวลายกของหนัก ไม่ควรก้ม ควรใช้วิธีการย่อเข่าแทนการก้ม
ไม่ควรบิดตัว เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกหลุดเพิ่มได้
ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

โรคแทรกซ้อน
หมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว ถ้าเคลื่อนรุนแรงมากขึ้นและกดทับเส้นประสาทเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดอาการชา และอ่อนแรงกล้ามเนื้อขาเป็นการถาวรได้ เช่นเดียวกับหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนคอ จะทำให้เกิดการชา และอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณแขน หรือในกรณีที่กดทับรุนแรงมาก อาจทำให้เกิดอัมพฤตหรืออัมพาตได้
การป้องกันการเกิดโรคกระดูกทับเส้นประสาท
หลีกเลี่ยงการนั่ง ยืน เดิน เป็นระยะเวลานานๆ
หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ
ควรลดน้ำหนักให้สมดุลกับร่างกาย
งดสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก
ควรออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง


ปรึกษาฟรี!!!
📱โทรศัพท์มือถือ 086-366-0842 (คุณอุ๋ย)
ไอดีไลน์ : aui_butterfly

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดี บูน (D-Boone) ช่วยดูแลกระดูกและข้อ

D-Boone เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ที่มีผลงานวิจัยระดับโลกให้การยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดคุณภาพระดับเกรดยาของสหรัฐอเมริกา หรือ USP GRADE ช่วยบำรุงไขข้อ, กระดูก, บรรเทาอาการจากโรคเก๊าท์, รูมาตอยด์, หมอนรองกระดูกทับเส้น, ข้อเสื่อม, กระดูกพรุน, ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม

ประโยชน์ของดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
1.ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
2.โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
3.นิ้วล็อก โรคฮิตของคนทำงาน
4.บรรเทาอาการปวดตามข้อ
5.สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
6.ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
7.นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
8.ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ
9.ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน
10.ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
11.ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ

ส่วนประกอบสำคัญใน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
-Salmon Collagen Peptide (คอลลเจนจากปลาทะเล) 250 มก.
-Shark Cartilage (กระดูกอ่อนปลาฉลาม) 100 มก.
-Pine Bark Extract Powder (สารสกัดจากเปลือกสน)  60 มก.
-Ascorbic Acid (แอสคอร์บิค เอซิด)  60 มก.
-Turmeric Extract Powder (สารสกัดจากขมิ้น)  30 มก.
-Vitamin D3 100 SD/S (วิตามิน ดี3)  2 มก.

คุณสมบัติของสารสกัดดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
   -Glucosamine HCL น้ำตาลอะมิโน
ช่วยในการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างของเหลว เช่น น้ำไขข้อ ช่วยลดอาการข้อเสื่อม และการทุกข์ทรมานจากอาการปวดกระดูก
   -Condroitin
        ช่วยเสริมสร้างเยื่อเมือก ลดการเสียดสีของกระดูกบริเวณข้อต่อ ช่วยให้คงสภาพของน้ำไขข้อกระดูก บรรเทาและฟื้นฟูอาการข้อเสื่อม
   -Hydrolized Fish Collagen
        มีส่วนเสริมสร้างโครงสร้างหลัก และสารเคลือบผิวบริเวณกระดูกอ่อน กระดูกและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ด้วยปริมาณคอลลาเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ จะช่วยลดปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยสิ่งแวดล้อมด้วย
   -Pine Bark Extract
        ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับไขข้อกระดูก เป็นองค์ประกอบของการสังเคราะห์สารคอลลาเจนภายในไขข้อ
   -Vitamin C
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ละลายน้ำได้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีประโยชน์กับผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึง และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนที่เป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
   -Vitamin D3 วิตามินดี
ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อน ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy) การลื่นล้ม จากงานวิจัยพบว่า การบริโภควิตามินดี 3 วันละ 700 - 800 IU ควบคู่กับแคลเซียมเสริมวันละ 500 - 1,200 มก. สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการกระดูกพรุน กระดูกหัก จากการลื่นล้มของผู้สูงอายุ อายุ 62-85 ปีได้
   -Turmeric ผงขมิ้น
        ช่วยบรรเทาอาการปวดจากไขข้ออักเสบ มีฤทธิ์สามารถลดอาการอักเสบและช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้
   -Pearl Calcium
        แคลเซียมสกัดจากไข่มุก เสริมสร้างและเชื่อมต่อกระดูกอ่อนได้ดีมาก
   -Calcium Carbonate
ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติ โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจ ควรพยายามรับประทาน แคลเซียม ให้เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไปสะสมแคลเซียมที่กระดูก และทำให้กระดูกแข็งแรง เพราะหากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้กระดูกบางลง และทำให้กระดูกหักได้ง่าย

วิธีรับประทาน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
รับประทานวันละ 1 - 2 แคปซูล หลังอาหารเช้า หรือก่อนเข้านอน

ปริมาณสุทธิ

1 กล่องบรรจุ 30 แคปซูล (56g.)


อย. 10-1-15456-1-0006

ตัวอย่างผู้ใช้

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และ ข้อความ
(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ข้อความ

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

ในภาพอาจจะมี 2 คน, ผู้คนกำลังนั่ง และ ข้อความ

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

ในภาพอาจจะมี 1 คน

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังนั่ง

(ผลลัพธ์ความแตกต่างขึ้นอยู่กับบุคคล)

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560

รีวิว ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูก ข้อเสื่อม เก๊าท์


ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ

สอบถามเพิ่มเติมโทร 099-623-2565 (คุณอุ๋ย)


D-Boone เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ ที่มีผลงานวิจัยระดับโลกให้การยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยสารสกัดคุณภาพระดับเกรดยาของสหรัฐอเมริกา หรือ USP GRADE ช่วยบำรุงไขข้อ, กระดูก, บรรเทาอาการจากโรคเก๊าท์, รูมาตอยด์, หมอนรองกระดูกทับเส้น, ข้อเสื่อม, กระดูกพรุน, ข้ออักเสบ เสริมแคลเซียม


ประโยชน์ของดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
1.ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
2.โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน
3.นิ้วล็อก โรคฮิตของคนทำงาน
4.บรรเทาอาการปวดตามข้อ
5.สตรีวัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
6.ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
7.นักกีฬา หรือ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
8.ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานานๆ
9.ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ กระดูกพรุน
10.ป้องกันการเกิดโรคข้อเสื่อม
11.ป้องกันการเกิดโรคข้ออักเสบ


ส่วนประกอบสำคัญใน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
-Salmon Collagen Peptide (คอลลเจนจากปลาทะเล) 250 มก.
-Shark Cartilage (กระดูกอ่อนปลาฉลาม) 100 มก.
-Pine Bark Extract Powder (สารสกัดจากเปลือกสน)  60 มก.
-Ascorbic Acid (แอสคอร์บิค เอซิด)  60 มก.
-Turmeric Extract Powder (สารสกัดจากขมิ้น)  30 มก.
-Vitamin D3 100 SD/S (วิตามิน ดี3)  2 มก.



คุณสมบัติของสารสกัดดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ

   -Glucosamine HCL น้ำตาลอะมิโน
ช่วยในการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างของเหลว เช่น น้ำไขข้อ ช่วยลดอาการข้อเสื่อม และการทุกข์ทรมานจากอาการปวดกระดูก
   -Condroitin
        ช่วยเสริมสร้างเยื่อเมือก ลดการเสียดสีของกระดูกบริเวณข้อต่อ ช่วยให้คงสภาพของน้ำไขข้อกระดูก บรรเทาและฟื้นฟูอาการข้อเสื่อม
   -Hydrolized Fish Collagen
        มีส่วนเสริมสร้างโครงสร้างหลัก และสารเคลือบผิวบริเวณกระดูกอ่อน กระดูกและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ด้วยปริมาณคอลลาเจนที่สะสมในเนื้อเยื่อ จะช่วยลดปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยสิ่งแวดล้อมด้วย
   -Pine Bark Extract
        ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับไขข้อกระดูก เป็นองค์ประกอบของการสังเคราะห์สารคอลลาเจนภายในไขข้อ
   -Vitamin C
เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ละลายน้ำได้ ช่วยต้านอนุมูลอิสระให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีประโยชน์กับผิวหนัง ช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึง และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนที่เป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
   -Vitamin D3 วิตามินดี
ช่วยป้องกันโรคกระดูกอ่อน ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy) การลื่นล้ม จากงานวิจัยพบว่า การบริโภควิตามินดี 3 วันละ 700 - 800 IU ควบคู่กับแคลเซียมเสริมวันละ 500 - 1,200 มก. สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการกระดูกพรุน กระดูกหัก จากการลื่นล้มของผู้สูงอายุ อายุ 62-85 ปีได้
   -Turmeric ผงขมิ้น
        ช่วยบรรเทาอาการปวดจากไขข้ออักเสบ มีฤทธิ์สามารถลดอาการอักเสบและช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้
   -Pearl Calcium
        แคลเซียมสกัดจากไข่มุก เสริมสร้างและเชื่อมต่อกระดูกอ่อนได้ดีมาก
   -Calcium Carbonate
ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติ โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจ ควรพยายามรับประทาน แคลเซียม ให้เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไปสะสมแคลเซียมที่กระดูก และทำให้กระดูกแข็งแรง เพราะหากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอจะทำให้กระดูกบางลง และทำให้กระดูกหักได้ง่าย



วิธีรับประทาน ดี บูน (D-Boone) อาหารเสริมกระดูกและข้อ
รับประทานวันละ 1 - 2 แคปซูล หลังอาหารเช้า หรือก่อนเข้านอน

ปริมาณสุทธิ

1 กล่องบรรจุ 30 แคปซูล (56g.)


อย. 10-1-15456-1-0006


สอบถามเพิ่มเติมโทร 099-623-2565 (คุณอุ๋ย)


ประสบการณ์ผู้ใช้ (ใช้แล้วทุกคนประทับใจ)

 (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

 (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)


 (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)


 (ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)




วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

โรคยอดฮิตของสังคมสูงอายุ หมอนรองกระดูก กระดูทับเส้น

โรคยอดฮิตของสังคมสูงอายุ หมอนรองกระดูก 📌กระดูทับเส้น📌



6 สัญญาณอันตราย เตือนภัยโรคอาการปวดหลังบริเวณเอว
1. ระยะเวลาของอาการปวดหลังประมาณ 5-6 สัปดาห์ 
2. ปวดหลังบริเวณเอวขยายไปที่ช่วงขา
3. อาการปวดร้าวลุกลามไปที่ช่วงขา ปลีน่อง ขาชาหรืออ่อนแรง เดินไกลๆ ได้น้อยลง
4. รู้สึกมีอาการปวด และเหมือนมีเข็มทิ่มที่เอว สะโพกตลอดเวลา
5. อาการปัสสาวะขัด แสบ และมีสีขุ่น เริ่มมีไข้ ร่วมกับอาการปวดหลังบริเวณเอว อาจเกิดจากการมีนิ่วที่ไตหรือไตอักเสบ
6. ปวดหลังบริเวณเอว และมีอาการปัสสาวะ อุจจาระไม่ได้ หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบไปพบแพทย์เร่งด่วน
สอบถามเพิ่มเติม📲 099 623 2565 (คุณอุ๋ย)
ข้อมูลเพิ่มเติม http://d-boonshopping.blogspot.com/




สัญญาณเตือนภัยอาการเกี่ยวกับกระดูก!!

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังช่วงเอว โดยอาการปวดจะเริ่มหนักขึ้นในช่วง 2-3 วันแรก จากนั้นอาการจะค่อยทุเลาขึ้น และอาจมีอาการปวดชาร้าวลงขา ซึ่งมักจะเป็นที่ระดับใต้เข่าแล้วลงไปที่ปลายเท้า หรือข้อเท้า โดยจะมีอาการอ่อนแรงเข้ามาผสมร่วมด้วย สรุปโดยรวมถ้าท่านใดที่มีอาการเหล่านี้แล้ว



1. อาการปวดหลัง
2. อาการปวดร้าวลงที่ขา
3. อาการชา รู้สึกตื้อๆ โดยเฉพาะที่ขา หรือเท้า
4. อาการอ่อนแรงของขา หรือเท้า
5. กรณีที่รุนแรงอาจไม่สามารถกลั้นปัสสาวะ หรืออุจจาระได้ เป็นภาวะที่ต้องมาพบแพทย์โดยด่วน

โทรศัพท์มือถือ 099 623 2565 (คุณอุ๋ย)